อาร์เซน่อล ขึ้นนำจ่าฝูงแบบหล่อๆ

หลังผ่านพ้นวันแรกของศึก Premier League ฤดูกาล 2020-21 ด้วยการบุกถล่ม ฟูแล่ม สบายเท้า 3-0 โดยที่เกมอื่นอีก 3 คู่ที่แข่งกันคืนวันเสาร์ ไม่มีทีมใดสามารถคว้าชัยด้วยสกอร์ขาดลอยเทียบเท่าทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ได้เลย    ufa1688
ถ้าหากอีก 4 คู่ที่เหลือของเกมวีค 1 อาจจะลงเตะกันในคืนวันอาทิตย์และจันทร์ ไม่มีทีมไหนมีผลการแข่งขันที่ดีกว่า จะทำให้ทัพ เดอะ กันเนอร์ส คือ “ผู้นำเมื่อจบอาทิตย์” เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปีเลยทีเดียว
ครั้งสุดท้ายที่ ไอ้ปืนใหญ่ ครองผู้นำหลังจากหมดเวลาวีคอย่างเป็นทางการ เกิดขึ้นในฤดูกาล 2015-16 หลังหมดเวลาที่ 22 โดยตอนนั้น อาร์แซน เวนเกอร์ นำทีมขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่เหนือกว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์แบบช็อคโลกได้ในภายหลัง
มั่นใจว่าการบุกชนะน้องใหม่อย่าง ฟูแล่ม มันเป็นเรื่องปกติของพลพรรคปืนโตอยู่แล้ว เพราะนอกจากทีมเจ้าสัวน้อยจะเป็นตัวเต็งตกชั้นเริ่มต้นๆ  Stats ยังพูดว่า ไอ้ปืนใหญ่ สามารถเอาชนะ ฟูแล่ม ได้ทั้ง 5 นัดที่เจอกันก่อนหน้านี้อีกด้วย
ในฤดูกาล 2018-19 ตอนที่ อูไน เอเมรี่ ยังเป็นกุนซือ เขานำทีมไล่อัดคู่ปรับร่วมกรุงลอนทีมนี้ด้วยสกอร์ 5-1 ถึง คราเว่น ค็อทเทจ และย้ำแค้นอีก 4-1 ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
เพราะฉะนั้นบทพิสูจน์ของ มิเกล อาร์เตต้า ในเกมคู่แรกสุดของซีซั่นใหม่เมื่อหัวค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา มันไม่ใช่ว่าจะประเดิมด้วย 3 คะแนนได้หรือไม่ แต่ต้องเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาทำให้ ไอ้ปืนใหญ่ มีแนวโน้มได้ลุ้นในฤดูกาลนี้มากแค่ไหนต่างหาก  โค้ชหนุ่มชาวสแปนิชยังคงยึดมั่นในระบบ 3-4-3 ซึ่งดูเหมือนว่ามันคงจะเป็นระบบที่ทีมปืนใหญ่ใช้ไปยาวๆ แน่ๆ 
เพราะนี่คือแผนที่ใช้ล้มทั้ง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เรือใบสีฟ้า และChelseaจนคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 
ใช้ในการเอาชนะทีมแกร่งอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน รวมถึง หงส์แดงลิเวอร์พูล ในเกมลีกนัดท้ายๆ ซีซั่นก่อน
และใช้ในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ดวลจุดโทษเอาชนะหงส์แดงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว
ในเมื่อ 3-4-3 มันคือระบบที่ทำให้ อาร์เตต้า สามารถนำทีมเก็บผลการแข่งขันที่ดีอย่างไม่หยุด เราจึงมองไม่เห็นว่าเขาจะเปลี่ยนแผนการเล่นไปเป็นอื่นทำไมอีก ในเมื่อมันกำลังเวิร์คสุดๆ ไม่ว่าจะเจอคู่แข่งระดับไหนก็ตาม
สำหรับ 11 ตัวจริงที่อดีตมือขวา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดลงสนามเมื่อคืนนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจากชุดที่ออกสตาร์ทในเกมชิงโล่การกุศลกับ หงส์แดง ทั้งหมด 4 ตำแหน่ง
แบร์นด์ เลโน่ ฟิตสมบูรณ์กลับมายึดมือหนึ่ง โดยที่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรอง เพราะเตรียมย้ายไปเฝ้าเสาให้ แอสตัน วิลล่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
แนวรับตัวกลางในระบบแบ็กทรี เปลี่ยนจาก ดาวิด ลุยซ์ ที่เดี้ยงบริเวณคอ เป็นเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่อย่าง กาเบรียล มากัลญาเอส ที่ได้ลงสนามเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายจาก ลีลล์ มาด้วยค่าตัว 26 ล้านยูโร 
วิลเลี่ยน ที่ซื้อตัวจากสิงห์สำอางมาแบบฟรีๆ ก็ได้เป็นปีกขวาแทนที่ บูคาโย่ ซาก้า 
ส่วน อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กลับมาทวงตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าได้จาก เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์
นอกนั้นกัปตันทีมตัวความหวังอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ยังจองตำแหน่งกองหน้าฝั่งซ้าย วิงแบ็กซ้าย-ขวายังเป็น ไอน์สลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส และ เอคตอร์ เบเยริน ส่วนคู่มิดฟิลด์ตัวรับบอลจากแดนหลัง ยังใช้งาน โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ จับคู่กับ กรานิต ชาก้า
กาเบรียล มากัลญาเอส เกือบทำให้แฟนปืนใหญ่เสียวสันหลังกันเป็นแถวตั้งแต่เกมผ่านไปแค่ 2 นาทีเศษๆ เพราะดันไม่ยอมเล่นในจังหวะที่ ไอน์สลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส จ่ายคืนหลังมาให้ จนเปิดโอกาสให้ อาบูบาการ์ กามาร่า ได้ส้มหล่นเกือบได้ยิงเดี่ยวๆ
แต่โชคยังดีที่ แบร์นด์ เลโน่ ยังล้มตัวใช้มือสกัดได้ไว ทำให้กองหลังบราซิเลียนไม่ได้ออกสตาร์ท Premier League ด้วยฝันร้าย และเล่นได้อย่างมั่นใจในเวลาต่อมา
ผมเคยเขียนบทความถึง กาเบรียล เอาไว้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของเขา คือการผ่านบอลจากแดนหลังอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Stats จ่ายบอลเข้าเป้าถึง 1,219 ครั้งใน ลีก เอิง ซีซั่นที่แล้ว 
และคุณสมบัตินี้ ก็มีส่วนสำคัญกับประสิทธิภาพเกมการเล่นของ ไอ้ปืนใหญ่ จริงๆ เพราะทีมปืนใหญ่สามารถแก้การบีบเพรสซิ่งสูงของ ฟูแล่ม ได้เป็นอย่างดี และต่อบอลทำเกมได้อย่างลื่นไหล 
กาเบรียล มากัลญาเอส กลายเป็นผู้เล่นที่ผ่านบอลเยอะที่สุดประจำ Premier League คืนวันเสาร์ นับรวมทุกคู่ โดยจ่ายบอลไปทั้งสิ้น 114 ครั้ง และมีเปอร์เซ็นต์แม่นยำสูงถึง 94.7%
หากใครได้ดูเกมเต็มๆ เราจะได้เห็นตลอดว่า ไอ้ปืนใหญ่ มักขึ้นเกมด้วยการผ่านบอลแบบเท้าสู่เท้าอย่างแม่นยำตั้งแต่หน้าประตู ไปจนถึงกรอบเขตโทษคู่แข่ง
 Stats พูดว่า แบร์นด์ เลโน่ สาดบอลยาวตลอดเกมแค่ครั้งเดียว นอกนั้นอีก 30 ครั้งเขาเลือกจ่ายบอลสั้นให้เพื่อนร่วมทีมจากแดนหลังต่อบอลขึ้นไปทั้งหมด
โดยนอกจาก กาเบรียล จะเป็นคีย์แมนในการรับบอลจากหน้าปากประตูแล้ว ทางด้าน ร็อบ โฮลดิ้ง ก็เป็นอีกคนที่ทำหน้าที่ออกบอลจากแดนหลังได้ดี ด้วย Stats จ่ายบอลมากเป็นอันดับ 2 ถึง 93 ครั้ง เข้าเป้า 90.3%
ที่เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลของ โฮลดิ้ง มีความผิดพลาดเกือบๆ 10% เป็นเพราะว่าเขาคือคนที่รับหน้าที่วางบอลยาวมากกว่าคนอื่น โดยใช้วิธีสาดโด่ง 11 ครั้ง ส่วนคนที่ออกบอลยาวรองลงมาคือเซนเตอร์ฝั่งซ้ายอย่าง คีแรน เทียร์นี่ย์ (10 ครั้ง)
แนวทางเคลื่อนที่ของผู้เล่นของ ไอ้ปืนใหญ่ ในสนามจริงๆ มีความไม่เหมือนกันจากกราฟิกไลน์อัพที่ออกมาเล็กน้อย
เพราะ คีแรน เทียร์นี่ย์ ที่ตามหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กตัวซ้ายของแผงแบ็กทรี แต่เอาเข้าจริง เขามักฉีกออกกว้างไปเล่นตำแหน่งถนัดอย่างแบ็กซ้ายซะส่วนมาก ในยามที่ทีมได้เล่นเกมลุก 
ขณะที่ ไอน์สลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ซึ่งตามผังยืนวิงแบ็กซ้าย มักหุบเข้าไปเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ชาก้า และ เอลเนนี่ เพื่อช่วยกันรับบอลที่มาจากแดนหลัง และเปิดพื้นที่ให้ เทียร์นี่ย์ วิ่งโอเวอร์แล็ปได้บ่อยขึ้น เพื่อช่วยให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง สามารถหาจังหวะหุบเข้าในได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *