แข้งเวิลด์คลาส ไมเคิ่ล เอสเซียง

ถ้าจะพูดถึงนักเตะคนหนึ่ง ซึ่งเคยเล่นในลีกประเทศกรีซ, อินโดนีเซีย และอาเซอร์ไบจาน คิดว่าคงไม่มีใครเชื่อแน่ ถ้าเราจะพูดว่านักเตะคนที่ว่า เคยถูกยกให้เป็นมิดฟิลด์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลก
แต่นักเตะคนเดียวกันนี้ เคยเป็นซูเปอร์สตาร์ของ โอลิมปิก ลียง ยุครุ่งเรือง และเคยเป็นเจ้าของ Stats นักเตะค่าตัวแพงที่สุดของChelseaชุดแกร่งทั่วแผ่น ภายใต้การคุมทัพของ โชเซ่ มูรินโญ่ ยุคแรกมาแล้ว
ผู้เล่นที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้คือ ไมเคิ่ล เอสเซียง    ufa1688
แม้ว่าชื่อของ เอสเซียง จะค่อยๆ เลือนรางจากความทรงจำของสาวกไปมากพอสมควร นับตั้งแต่ย้ายออกจากถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปี 2014 แล้วเข้าสู่ช่วงขาลงของอาชีพ จากการที่มีสภาพความฟิตไม่เช่นเคย
แต่ในตอนที่เขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุด และอยู่ในวัยที่พีคที่สุด ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่าอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติกานาคนนี้คือนักเตะระดับเวิลด์คลาสจริงๆ
___________________________
ไมเคิ่ล เอสเซียง เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 1982 ที่กรุงอักกรา ประเทศกานา คุณแม่ของเขาชื่อว่า อบา กียานโดห์ ส่วนคุณพ่อชื่อ เจมส์ เอสเซียง
บางพวกอาจเรียกเขาว่า “มิกาแอล เอสเซียง” ไม่ก็ “มิชาเอล เอสเซียง” แต่จริงๆ แล้วเขามีชื่อว่า “ไมเคิ่ล เอสเซียน” เพราะ กานา คือประเทศที่ใช้ภาษาเมืองผู้ดีเป็นหลัก 
นอกต่อไปแล้ว ตอนที่ตัวเขาไปให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆ ประเทศ ใครๆ ก็เรียกเขาว่า “ไมเคิ่ล เอสเซียน” ทั้งนั้น
ยังไงก็ตาม ในบทความนี้ เราจะกล่าวถึงเขาด้วยชื่อที่สาวกน่าจะติดหูที่สุดอย่าง “ไมเคิ่ล เอสเซียง” 
ไมเคิ่ล เอสเซียง ไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นมากนัก พ่อแม่ของไมเคิ่ลแยกทางกันตั้งแต่เขาอายุเพียง 2 ขวบ จากการที่คุณพ่ออย่าง เจมส์ เอสเซียง มีภรรยาหลายคน ทำให้ อบา กียานโดห์ ผู้เป็นแม่รับไม่ได้ และพยายามกีดกันลูกๆ ทุกคนไม่ให้เจอกับพ่อ
อบา กับ เจมส์ มีลูกพร้อมกันทั้งหมด 5 คน ไมเคิ่ล คือลูกคนสุดท้อง และเป็นลูกชายคนเดียวของพวกเขา หลังจากที่ 4 คนแรกที่คลอดออกมาเป็นลูกสาวทั้งหมด
ไมเคิ่ล เติบโตมาโดยต้องใช้ชีวิตอยู่กับแม่เป็นหลัก โดยคุณพ่ออย่าง เจมส์ ซึ่งไม่ได้มีรายได้สูงนัก ก็ไม่สามารถช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูลูกๆ ได้มากเท่าที่ควร
ยังไงก็ตาม เจมส์ เอสเซียง คือชายที่ทำให้ ไมเคิ่ล เอสเซียง มีทักษะการเล่นฟุตบอลติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เขาใช้เวลาเจอลูกที่มีไม่มากนัก ถ่ายทอดความรักในกีฬาฟุตบอลให้กับ ไมเคิ่ล จนพัฒนาพรสวรรค์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
___________________________
เส้นทางสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพของ ไมเคิ่ล เอสเซียง เริ่มต้นตอนที่เรียนจบจากวิทยาลัย เซนต์ ออกุสติน หลังจากเรียนจบระดับชั้นประถมที่โรงเรียน โกมัว เนียนยาโน่ และโรงเรียนมัธยมต้น เจเอสเอส
สโมสรแรกอย่างเป็นทางการของ เอสเซียง คือทีมระดับท้องถิ่นอย่าง ลิเบอร์ตี้ โปรเฟสชันแนลส์ ตั้งอยู่ที่กรุงอักกรา เมืองหลวงของกานา โดยได้ตัวเขาเข้าสู่ทีมเยาวชนในปี 1998
แต่โอกาสที่ทำให้แมวมองจากสโมสรทั่วยุโรปรู้ซึ้งถึงศักยภาพของเขา ก็คือศึกฟุตบอลโลกรุ่นยู-17 ที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อปี 1999 ซึ่ง เอสเซียง นำทีมดาวดำคว้าอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์ไปครอง
สโมสรแรกของยุโรปที่ เอสเซียง เกือบจะได้ย้ายไปค้าแข้งด้วยคือยักษ์ใหญ่แห่งเกาะ England อย่าง แมนฯ ยู 
___________________________
ทีมปีศาจแดงเชิญเขาไปทดสอบฝีเท้าในเดือนเมษายนปี 2000 และส่งเขาลงสนามให้ทีมรุ่นยู-17 อุ่นเครื่องพบ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ มาแล้ว
เอสเซียง เคยไปให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับสื่อ England อย่าง เดอะ ซัน เมื่อปี 2008 เอาไว้ว่า “ผมเริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังก็ตอนอายุ 9 ขวบ แต่ผมมาปลดล็อคเล่นระดับอาชีพจริงๆ ได้ ก็ตอนกลับบ้านหลังจากจบศึกฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี”
“ทันทีที่จบรายการนั้น มีหลายสโมสรที่มีความสนใจผม ผมมีความฝันที่จะไปเล่นในยุโรปอยู่เสมอ และตอนที่ผมยังเด็ก ทีมรักของผมคือ แมนฯ ยู” 
“ตอนที่พวกเขายื่นข้อเสนอทดสอบฝีเท้า 1 อาทิตย์ให้ผม ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ผมมีความสุขมากๆ”
“ผมจำได้เลยตอนที่ได้ไปที่นั่น ผมคิดในใจว่า “ว้าว นี่คือสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว”
“ผมไม่กล้าพูดคุยกับนักเตะดังคนไหนเลย ผมไม่เคยได้ลงฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ แต่ผมได้ซ้อมกับทีมเยาวชน ซึ่งตอนนั้นมีนักเตะอย่าง คีแรน ริชาร์ดสัน อยู่ด้วย”
“ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผมคือ รอย คีน ผมรักแนวทางเล่น, ทัศนคติ และความมุ่งมั่นของเขา”
“ผมยังคงพยายามที่จะเล่นให้ได้อย่างเขา และบางทีอาจมีคนเอาผมไปเปรียบเทียบ จากการที่ผมเล่นในบทบาทคล้ายกันในแผงมิดฟิลด์เหมือนตอนที่เขาเคยเล่น" 
"ในตอนที่การทดสอบฝีเท้าหมดลงลง สโมสรบอกผมว่าพวกเขาชอบผมและอยากเซ็นสัญญากับผมด้วยจริงๆ”
“แต่พวกเขาไม่สามารถจัดการเรื่องเวิร์คเพอร์มิตได้ และการย้ายไปที่นั่นมันก็ไม่เคยเกิดขึ้น”
ในตอนนั้น ปีศาจแดง มีแผนจะซื้อตัว เอสเซียง เข้าร่วมทีมก่อน แล้วส่งตัวไปให้สโมสรพันธมิตรอย่าง รอยัล อันท์เวิร์ป ในเบลเยียมยืมไปใช้งาน จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเล่นอาชีพที่เมืองผู้ดี
แต่คุณแม่ของนักเตะคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ลูกชายคนเก่งของเขาควรได้รับ จึงสนับสนุนให้ย้ายไปเล่นที่ฝรั่งเศสแทน เพราะจะได้ลงเล่นในเกมระดับลีกสูงสุดทันที 
สุดท้าย ไมเคิ่ล เอสเซียง เซ็นสัญญาไปซบ บาสเตีย ในเดือนกรกฎาคมปี 2000 และถูกใส่ชื่อเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดลุยศึก ลีก เอิง (ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า ดิวิชั่น 1 ฝรั่งเศส) ของซีซั่น 2000-01
___________________________
ช่วงแรกๆ ที่ เอสเซียง เล่นที่ บาสเตีย เขาถูกจับเล่นมากมายตำแหน่งในแผงแบ็กโฟร์ และยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้
จนกระทั่งฤดูกาล 2001-02 บาสเตียได้เปลี่ยนกุนซือคนใหม่เป็น โรแบร์ นูซาเร่ต์ ทำให้ เอสเซียง ได้โอกาสลงสนามในตำแหน่งถนัดอย่างมิดฟิลด์ตัวกลาง 
คราวนี้แหละที่ผลงานของเขาเริ่มโดดเด่นขึ้น เมื่อยิงไปถึง 5 ประตูจากการลงสนาม 30 นัดรวมทุกรายการ ทำให้ยอดทีมอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รวมถึง หงส์แดง ทาบทามเขาไปอยู่ด้วย
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ห้องเครื่องแดนกลางเจ้าของฉายา “ไบซัน” หรือ “ไอ้ควายป่า” เคยออกมาบอกผ่านการให้สัมภาษณ์สดๆ ทางอินสตาแกรมกับสื่อเจ้าดังอย่าง Goal.com ถึงการพลาดโอกาสไปซบหงส์แดง ซึ่งนับเป็นการพลาดโอกาสไปเล่นให้ยอดทีมของ Premier League เป็นครั้งที่ 2 ของเขา
“ตอนที่ผมอยู่ที่บาสเตีย ผมได้รับข้อเสนอมากมาย ผมเกือบจะได้เซ็นสัญญากับ หงส์แดง อยู่แล้ว ตอนที่ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ยังเป็นโค้ชของพวกเขา”
“ผมเคยแม้กระทั่งไปพบ อุลลิเย่ร์ ที่เมลวู้ด พวกเราได้เจรจากันเสร็จสิ้นแล้ว และผมก็กลับไปที่ฝรั่งเศส แต่ข้อเสนออย่างเป็นทางการก็ยังไม่มาซะที ไม่ว่าจะจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, โอลิมปิก มาร์กเซย หรือใครก็ตาม”
“แต่ผมได้บอกกับทางบาสเตียว่า ผมยังไม่ต้องการย้ายออกไปสักเท่าไร และพวกเขาก็ไม่ได้อยากขายผมในตอนนั้นเช่นกัน เพราะพวกเขาอยากให้ผมอยู่ต่ออีกสักหนึ่งปี ซึ่งผมก็ไม่มีปัญหาอะไร และผมก็ได้เล่นให้สโมสรเดิมเป็นปีที่ 3”
___________________________
ในฤดูกาล 2002-03 ไมเคิ่ล เอสเซียง ยกระดับผลงานให้พีคขึ้นกว่าเดิมอีก ด้วยการยิงไปถึง 6 ประตูจากการลงสนามให้ บาสเตีย ทั้งหมด 29 นัดในลีก
หลักฐานที่บ่งบอกความสุดยอด ก็คือการมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม ลีก เอิง ประจำซีซั่นนั้น ทั้งที่อายุแค่ 20 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *